ระบบกรองอากาศหลายชั้น HEPA Filter กับ ULPA Filter ต่างกันอย่างไร
ระบบกรองอากาศหลายชั้นตั้งแต่ Pre Filter, Medium Filter, HEPA Filter ไปจนถึง ULPA Filter คืออะไร แต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร และ HEPA Filter กับ ULPA Filter ต่างกันตรงไหน มาทำความเข้าใจก่อนเลือกซื้อ
หลายคนที่ต้องดูแลระบบปรับอากาศของโรงงาน โรงพยาบาล หรือสำนักงาน มักได้ยินชื่อไส้กรองหลายแบบปนกันไปหมด จนไม่แน่ใจว่าต้องใช้แบบไหนกันแน่ ความจริงคือระบบกรองอากาศหลายชั้นที่ใช้งานจริงในอาคารทั่วไปไม่ได้พึ่งไส้กรองตัวเดียว แต่เรียงต่อกันเป็นลำดับขั้น เริ่มจากกรองหยาบไปจนถึงกรองละเอียดที่สุด และในลำดับขั้นสุดท้ายนี่เองที่หลายคนสับสนที่สุด เพราะ HEPA Filter กับ ULPA Filter ต่างก็เป็นไส้กรองประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่ส่งผลต่อการเลือกใช้งานอย่างมาก
ระบบกรองอากาศแบบเป็นชั้นเริ่มต้นจาก Pre Filter ซึ่งทำหน้าที่ดักฝุ่นหยาบและเศษขนาดใหญ่ก่อนเป็นด่านแรก ถัดมาคือ Medium Filter ที่กรองอนุภาคขนาดกลางซึ่งเล็ดลอดจาก Pre Filter มาได้ ก่อนที่อากาศจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องอาศัยไส้กรองประสิทธิภาพสูงอย่าง HEPA หรือ ULPA ซึ่งทั้งสองแบบต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน EN1822 ก่อนวางขายจริง เหตุผลที่ต้องกรองเป็นลำดับขั้นแบบนี้ไม่ใช่เพราะกฎเกณฑ์ตายตัว แต่เป็นเรื่องของอายุการใช้งานและต้นทุน เพราะไส้กรองประสิทธิภาพสูงมีราคาแพงกว่ามาก หากปล่อยให้รับฝุ่นหยาบโดยตรงจะอุดตันเร็วและต้องเปลี่ยนบ่อยโดยไม่จำเป็น
HEPA Filter กับ ULPA Filter ต่างกันตรงไหน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน
ความแตกต่างหลักระหว่าง HEPA Filter กับ ULPA Filter อยู่ที่ระดับประสิทธิภาพการดักจับอนุภาค HEPA Filter ตามมาตรฐานสากลต้องดักจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ ULPA Filter ต้องดักจับอนุภาคขนาดเล็กกว่ามากที่ 0.12 ไมครอนได้ถึง 99.9995 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป พูดง่าย ๆ คือ ULPA Filter กรองได้ละเอียดกว่าและจับอนุภาคขนาดเล็กกว่าได้มากกว่า HEPA Filter อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งสองแบบต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานยุโรปที่ใช้วัดประสิทธิภาพการกรองอย่างละเอียดในทุกช่วงขนาดอนุภาค ไม่ใช่แค่ตัวเลขเดียว การทดสอบนี้ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าไส้กรองที่ซื้อไปมีประสิทธิภาพตรงตามที่ระบุจริง ไม่ใช่แค่ป้ายกำกับที่ผู้ผลิตอ้างเอง ในแง่การเลือกใช้งาน ไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่ต้องใช้ ULPA Filter เสมอไป เพราะยิ่งกรองละเอียดเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้แรงดันลมมากขึ้นเพื่อดันอากาศผ่านไส้กรอง ส่งผลให้พัดลมหรือระบบ AHU ต้องทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้นตามไปด้วย โดยทั่วไป HEPA Filter เพียงพอสำหรับห้องคลีนรูมระดับกลางถึงสูง ซึ่งครอบคลุมงานอุตสาหกรรมทั่วไปและโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ในขณะที่ ULPA Filter จะถูกเลือกใช้เฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูงสุดจริง ๆ เช่น ห้องคลีนรูมระดับสูงสุดสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งอนุภาคเล็กระดับนาโนเมตรก็ส่งผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้
การเลือกใช้ ULPA Filter ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นจริง ๆ นอกจากจะเพิ่มต้นทุนค่าไส้กรองแล้ว ยังเพิ่มภาระให้ระบบปรับอากาศโดยไม่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมากนัก ในทางกลับกัน การใช้ HEPA Filter ในพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดระดับ ULPA จริง ๆ ก็อาจไม่เพียงพอต่อมาตรฐานที่กำหนด การประเมินระดับความสะอาดที่พื้นที่ต้องการจริงจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจเลือกไส้กรอง สรุปแล้ว การเข้าใจประสิทธิภาพการกรองอนุภาคที่แต่ละพื้นที่ต้องการ ควบคู่กับการรู้ว่าพื้นที่นั้นจัดอยู่ใน ISO Class ใดของห้องคลีนรูม คือจุดเริ่มต้นของการเลือกขนาดอนุภาคไมครอนที่เหมาะสมในระบบกรองอากาศหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือก Pre Filter และ Medium Filter สำหรับกรองด่านแรก หรือการเลือก HEPA Filter สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง การเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานจริงจะช่วยทั้งประหยัดต้นทุนและได้คุณภาพอากาศที่ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง

